แชร์วิธีลง Story Instagram ยังไงให้คนดูเยอะ

ทำไมต้องให้ความสำคัญกับการลง Story IG พร้อมแชร์วิธีการลงสตอรี่ Story IG  ให้มีคนดูเยอะ ต้องทำอย่างไรบ้าง

Instagram แพลตฟอร์ม Social Media ยอดนิยม ที่เน้นการแชร์รูปภาพ วิดีโอเรื่องราว Story รวมไปถึงการลงโพสต์รูปภาพ โดยสามารถใช้ฟีเจอร์ของ Instagram  มาสร้างสรรค์คอนเทนต์ได้ ยกตัวอย่างเช่น ฟีเจอร์ Stories ที่สามารถโพสต์รูปหรือวิดีโออะไรก็ได้ความยาวของการลงสตอรี่ไม่เกิน 60 วินาที และ Instagram ยังได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในหมู่บุคคลทั่วไป อินฟลูเอนเซอร์ และธุรกิจ เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถสร้างแบรนด์และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วันนี้ทาง ThaiSharp จะมาแชร์วิธีลง Story Instagram ยังไงให้คนดูเยอะ

ทำไมต้องให้ความสำคัญกับ Story IG?

เพราะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้คอนเทนต์ที่เราสร้างขึ้นถูกมองเห็นได้ง่ายขึ้น เข้าถึงผู้ชมได้ง่ายขึ้น โดยสตอรี่จะปรากฏที่ด้านบนของหน้าฟีด ทำให้ผู้ติดตามเห็นได้ชัดเจนกว่าการโพสต์ปกติ และการเคลื่อนไหว Story เป็นประจำช่วยให้บัญชีผู้ใช้ของเราถูกแสดงในหน้าฟีดของผู้ติดตามบ่อยขึ้น ช่วยเพิ่มการเข้าถึง (Reach) และการมีส่วนร่วม (Engagement) นอกจากนี้ Story IG ยังมีฟีเจอร์ที่ช่วยสร้างความใกล้ชิดกับผู้ติดตามได้แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคำถาม (Polls), การใส่กล่องข้อความ (Q&A) หรือการแปะลิงก์เพื่อให้คนคลิกไปยังเว็บไซต์ได้ทันที ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนจากคนดูให้กลายมาเป็นลูกค้าหรือแฟนคลับตัวจริงในระยะยาว

วิธีลง Story IG ให้มีคนดูเยอะทำอย่างไรบ้าง?

1. เลือกเวลาโพสต์ให้เหมาะสม

  • ช่วงเช้า: (06.00 – 08.00 น) เนื่องจากคนมักเปิด IG หลังตื่นนอนไวกว่าแต่ก่อน และกลุ่มคนทำงานก็เริ่มเดินทางเช้าขึ้นเพื่อเลี่ยงรถติด การโพสต์ช่วง 7 โมงกว่าอาจจะสายเกินไปสำหรับกลุ่มแรก
  • ช่วงพักกลางวัน: (12.00 – 13.30 น.) เป็นช่วงเวลาหยุดพักของหลายคน โดยเฉพาะเวลา 11.30 น. เป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่ยังคงเคลียร์งานหรือเพิ่งลุกไปกินข้าว ช่วงเวลาที่คนจะไถไอจีผ่อนคลายจริง ๆ คือหลังกินข้าวอิ่มแล้ว (ช่วงเที่ยงครึ่งถึงบ่ายโมงครึ่ง)
  • ช่วงเย็น-ค่ำ: (19.00 – 21.30 น.) เป็นเวลาหลังเลิกงานหรือเลิกเรียน สำหรับช่วง 6 โมงเย็นเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่กำลังเดินทางอยู่บนรถขนส่งสาธารณะ หรือขับรถอยู่ ไม่มีสมาธิดูสตอรี่ยาวๆ ถือเป็นช่วงเวลาทองที่คนพร้อมมีปฏิสัมพันธ์จริงๆ และอีกช่วงเวลาหนึ่งที่เราขอแนะนำคือตั้งแต่ 1 ทุ่มเป็นต้นไป

2. ใช้ฟีเจอร์ต่างๆใน IG เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วม

  • ฟีเจอร์ Add Yours: เป็นฟีเจอร์ที่สามารถช่วยสร้าง Engagement เพิ่มการมองเห็นและการมีส่วนร่วมใน Story IG ได้ จากการที่มีคนแชร์ต่อ ๆ กัน หรือจะลองตั้งโพล หรือ Q&A ที่สามารถกระตุ้นให้คนมีปฎิสัมพันธ์กับ Story IG อาจจะส่งผลให้ IG แสดง Story ของเรามากขึ้นในลำดับต้น ๆ นอกจากนี้ หากต้องการแชร์เนื้อหาหรือรีโพสต์คอนเทนต์จาก Instagram ก็สามารถศึกษาวิธีดาวน์โหลดวิดีโอ Instagram เพื่อนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของ Story IG ได้อีกด้วย
  • ฟีเจอร์ Reveal: เป็นฟีเจอร์ที่ฮิตมากในการกระตุ้นคนดู โดยรูปภาพหรือวิดีโอในสตอรี่ของเราจะถูกเบลอไว้จนมองไม่เห็น และคนดูจะต้องกดส่งข้อความ DM มาหาเราก่อนเท่านั้น ภาพถึงจะยอมเปิดเผยออกมา ฟีเจอร์นี้ช่วยดันยอด Engagement และยอดการส่งข้อความหลังบ้านให้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ฟีเจอร์ Cutouts: เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณไดคัทหรือตัดแยกรูปภาพ วิดีโอ หรือหน้าเพื่อนจากในคลังภาพของคุณมาทำเป็นสติกเกอร์เคลื่อนไหวเฉพาะตัว เพื่อแปะตกแต่งบนสตอรี่ได้ทันที ช่วยสร้างความแปลกใหม่ น่ารัก ทำให้สตอรี่ดูมีสีสัน ไม่ซ้ำใคร
  • ฟีเจอร์สติกเกอร์กรอบรูปโพลารอยด์: ฟีเจอร์นี้จะเปลี่ยนรูปภาพธรรมดาให้กลายเป็นภาพโพลารอยด์สุดเก๋ ความสนุกก็คือคนดูจะต้องใช้แอนิเมชันด้วยการเขย่าโทรศัพท์มือถือของตัวเองก่อน ภาพข้างในกรอบถึงจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นมา เป็นการเพิ่มลูกเล่นให้คนดูได้มีส่วนร่วมกับสตอรี่ของเรานานขึ้น
  • ฟีเจอร์สติกเกอร์ลิงก์ (Link Sticker) ร่วมกับ Call to Action: แทนที่จะแปะลิงก์ไว้เฉยๆ การใช้ข้อความเชิญชวนที่น่าดึงดูดใจมาพิมพ์ทับลงบนสติกเกอร์ลิงก์ เช่น แจกพิกัดชุดราคาถูก, กดอ่านต่อตรงนี้ จะช่วยกระตุ้นให้คนดูอยากกดคลิกมากขึ้น ซึ่งสถิติการคลิกลิงก์นี้ก็เป็นอีกหนึ่งคะแนนสำคัญที่อัลกอริทึมนำไปประเมินเพื่อเปิดการมองเห็นด้วยเช่นกัน

3. ใส่แฮชแท็กและโลเคชันเพื่อเพิ่มการมองเห็น

  • การใส่แฮชแท็ก (#) และแท็กสถานที่ (Location Tag): ทำให้ Story ของเรามีโอกาสถูกแสดงบนหน้า Explore หรือสตอรี่แนะนำของ IG ได้โดยควรใส่แฮชแท็กและแท็กสถานที่ให้ถูกต้องและชัดเจน
  • ตัวอย่างแฮชแท็กและการแท็กสถานที่: ถ้าไปร้านขนมหรือคาเฟ่ก็ควรจะใส่ชื่อร้านให้ตรงตัวไปเลย อย่างเช่น #TimHortons แล้วอาจจะตามด้วยแฮชแท็กทั่วไปและสถานที่หรือโลเคชั่นของร้าน ตัวอย่าง #คาเฟ่ #คาเฟ่สามย่าน และในส่วนของการแท็กสถานที่ก็ควรจะใช้โลเคชั่นที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่เราจะลง อย่างเช่น Bangkok, Thailand, หรือ After You Dessert Cafe

4. ใช้เพลง เอฟเฟกต์ และฟิลเตอร์ดึงดูดสายตา

การใส่เพลงประกอบลงไปในรูปภาพหรือวิดีโอ การใช้เอฟเฟกต์และฟิลเตอร์ จะทำให้ Story IG ดูน่าสนใจมากขึ้น แนะนำว่าควรเลือกเพลงที่กำลังฮิต บน IG จะทำให้ช่วยติดกระแส หรือใช้ฟิลเตอร์ที่กำลังเป็นที่นิยมใส่เอฟเฟกต์หรือตกแต่งข้อความเคลื่อนไหว ลงสตอรี่ไอจีต่อๆ กันเป็นเรื่องราวให้ติดตามก็ดูน่าสนใจไปอีกแบบ และอีกหนึ่งเทคนิคสำคัญในการใช้เพลงคือ “การซ่อนแผ่นเพลง” หลังจากที่คุณเลือกเพลงที่กำลังติดเทรนด์เรียบร้อยแล้ว ให้ใช้นิ้วย่อขนาดสติกเกอร์ชื่อเพลงให้เล็กที่สุดแล้วปัดทิ้งไปที่ขอบจอ วิธีนี้จะช่วยให้หน้าจอสตอรี่ของคุณดูสะอาด คลีน และคุมโทนสวยๆ ได้ตามใจ โดยที่ระบบอัลกอริทึมของ Instagram ยังคงช่วยดันการมองเห็นและเปิดค่า Reach ให้กับสตอรี่นั้นๆ ได้อย่างเต็มที่

5. สร้างคอนเทนต์แบบ Storytelling เพื่อหยุดนิ้วคนดู

การลงสตอรี่แบบสะเปะสะปะจะทำให้คนดูเบื่อและกดปัดข้ามได้ง่าย อัลกอริทึมของ Instagram ให้ความสำคัญกับเวลาที่คนดูอยู่บนสตอรี่ของเรา ดังนั้นคุณควรวางแผนการลงคอนเทนต์ให้มีจุดเริ่มต้น กลาง และจุดจบ

  • เปิดเรื่องด้วย Hook ที่น่าสนใจ: ในสตอรี่แผ่นแรก ควรใช้ภาพหรือข้อความที่กระตุ้นความอยากรู้ เช่น ความลับที่ไม่เคยบอกใคร… รีวิวพลีชีพใช้มา 1 เดือน
  • เล่าเรื่องเป็นลำดับ: แผ่นต่อๆ มาค่อยๆ เฉลยเนื้อหาหรือรีวิวทีละส่วน โดยพยายามหยอดข้อความสั้นๆ สลับภาพนิ่งและวิดีโอ เพื่อไม่ให้คนดูรู้สึกจำเจ
  • ปิดท้ายด้วยการกระตุ้น: สุดท้ายให้ใช้ฟีเจอร์อย่างกล่องคำถาม (Q&A) หรือโพล เพื่อให้คนดูมีส่วนร่วมหลังจากเสพเนื้อหาจบแล้ว ซึ่งวิธีเล่าเรื่องแบบนี้จะทำให้คนดูสตอรี่ของเราตั้งแต่แผ่นแรกจนแผ่นสุดท้าย ส่งผลให้ AI ดันสตอรี่ของเราให้ไปอยู่หน้าสุดในครั้งต่อไป

6. ลงสตอรี่สม่ำเสมอแต่เว้นจังหวะ เพื่อรีเซ็ตการมองเห็น

ความถี่ในการลงสตอรี่มีผลต่อการมองเห็นอย่างมาก การลงอัดแน่นทีเดียว 20-30 โพสในครั้งเดียวจะลดความน่าสนใจลง แถมยังทำยอดคนดูโพสท้ายๆ ดิ่งลงอย่างเห็นได้ชัด สำหรับวิธีที่ถูกต้องมีดังนี้

  • แบ่งกระจายเวลาลงตลอดวัน: แนะนำให้ลงสตอรี่วันละประมาณ 4-7 แผ่น โดยโพสตามช่วงเวลาทองที่แนะนำไปในข้อแรก เพื่อให้โปรไฟล์ไอจีของเราเด้งไปอยู่ด้านหน้าสุดของผู้ติดตามอยู่เรื่อยๆ
  • เทคนิคปล่อยให้สตอรี่เคลียร์หมด 24 ชั่วโมง (Story Clean-up): สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ลองปล่อยให้สตอรี่เดิมหมดอายุไปจนหน้าโปรไฟล์ว่างเปล่าประมาณ 1-2 ชั่วโมง แล้วค่อยลงสตอรี่แผ่นใหม่ที่มี Engagement สูงๆ เช่น โพล หรือสติกเกอร์ Add Yours วิธีนี้จะรีเซ็ตอัลกอริทึม ทำให้แผ่นแรกที่ลงใหม่นั้นได้รับ Reach ที่สูงขึ้นกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด

    ทั้งนี้สามารถลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้แล้วดูว่ายอดวิว Story IG ของคุณเพิ่มขึ้นไหม และสำหรับใครที่อยากดูไอจีคนที่ไม่ได้ติดตามต้องทำยังไง ในบทความที่แล้วของเราได้มีแชร์วิธีเอาไว้สามารถตามไปอ่านกันได้เลย 

    Similar Posts