รีวิวหูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี ราคาประมาณเท่าไหร่ อยากได้แบบไหนต้องอ่าน
สำหรับใครที่ชื่นชอบเสียงเพลงเป็นชีวิตจิตใจ การมีเครื่องเสียง Hi End สักเครื่องติดบ้าน ถือเป็นความสุขทางใจที่ใครหลายคนใฝ่หา แต่ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบันที่ต้องเร่งรีบ คุณอาจต้องใช้ชีวิตนอกบ้านมากกว่าในบ้านซะอีก การมีหูฟังบลูทูธคุณภาพดีติดตัวไว้ก็ถือว่าตอบโจทย์ไม่น้อยเลย แต่ทุกวันนี้มีหูฟังจากแบรนด์ดังให้เลือกมากมาย แล้วเราจะเลือกยี่ห้อไหนดี ที่สำคัญจะเลือกยังไงให้เหมาะกับเรามากที่สุด บทความนี้มีคำตอบครับ
แนะนำหูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี?
1. หูฟังบลูทูธ JBL Tune 770NC
สำหรับหูฟังบลูทูธครอบหูรุ่นแรกนี้เป็นรุ่นยอดนิยมที่เน้นเสียงเบสในแบบฉบับ JBL Pure Bass ซึ่งเป็นย่านเสียงที่ต่ำ เนียนกริบ แต่ยังคงหนักแน่นสะใจคนฟังชอบเพลงจังหวะสนุกๆ นอกจากเรื่องพลังเสียงแล้ว ข้อดีอีกอย่างของรุ่นนี้คือระบบตัดเสียงรบกวนรอบข้างที่ฉลาดเกินตัว ช่วยให้คุณจมดิ่งอยู่กับโลกแห่งเสียงเพลงได้แบบไม่มีอะไรมากวนใจ มาพร้อมระบบประหยัดพลังงานขั้นสุด ชาร์จเต็มครั้งเดียวสามารถเปิดใช้งานได้ยาวๆ ถึง 70 ชั่วโมง และมีระบบชาร์จไวเพียง 5 นาทีก็เอามาฟังต่อได้อีกถึง 3 ชั่วโมงเต็ม ส่วนตัวหูฟังก็มีน้ำหนักเบา พับเก็บได้ง่าย พกพาไปไหนมาไหนก็สะดวกครับ
- ราคาประมาณ: 3,400 – 4,300 บาท
- ฟีเจอร์เด่น: ระบบตัดเสียงรบกวน Adaptive Noise Cancelling แบตอึดสะใจ 70 ชั่วโมง
- เหมาะสำหรับ: คนที่ชอบฟังเบสหนักๆ นักเดินทาง คนที่ไม่ชอบชาร์จหูฟังบ่อยๆ
2. หูฟังบลูทูธ Samsung Galaxy Buds4 Pro
สลัดภาพจำหูฟังเมล็ดถั่วแบบเดิมๆ แล้วมาลองหูฟังไร้สายดีไซน์สุดพรีเมียมตัวท็อปจากค่ายซัมซุง ทีเด็ดอยู่ที่การผสานพลังระหว่าง AI และสภาพแวดล้อมรอบตัวแบบเรียลไทม์ เพื่อปรับแต่งเสียงและตัดเสียงรบกวนให้เงียบที่สุด มิติเสียงที่ออกมามีความละเอียดสูง คมชัดในทุกย่านเสียง บอกเลยว่าถ้าใครใช้สมาร์ทโฟนของซัมซุงอยู่แล้ว ก็จะเปิดสิทธิ์ใช้งานฟังก์ชันล้ำๆ อย่างการแปลภาษาด่วนผ่านหูฟังได้อีกด้วย
- ราคาประมาณ: 6,700 – 7,500 บาท
- ฟีเจอร์เด่น: วิเคราะห์เสียงด้วย AI ถ่ายทอดเสียงระดับความละเอียดสูง รองรับการสั่งงานด้วยเสียง
- เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนตระกูลแอนดรอยด์ คนที่เน้นความคมชัดของเสียงร้อง และผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีล้ำสมัย
3. หูฟังบลูทูธ Sony WH-1000XM5
ด้วยการทำงานร่วมกับชิปประมวลผลอัจฉริยะถึง 2 ตัว ที่ช่วยดักจับและลบเสียงกวนใจภายนอก จึงทำให้หูฟังจากแบรนด์ Sony รุ่นนี้ยืนหนึ่งเรื่องความเงียบสงบ ต่อให้ภายนอกจะเป็นเสียงเครื่องบินหรือเสียงผู้คนในงานปาร์ตี้ก็ตาม ส่วนคุณภาพเสียงก็จัดเต็มไม่แพ้กัน เพราะรุ่นนี้รองรับสัญญาณเสียงความละเอียดสูง ช่วยให้ได้เสียงที่ละมุนและแยกประเภทเครื่องดนตรีได้อย่างแม่นยำ เหมือนกำลังนั่งฟังสดในสตูดิโอเลย นอกจากนี้ยังมีระบบเซนเซอร์ตรวจจับการสวมใส่ที่จะหยุดเล่นเพลงอัตโนมัติตอนที่เราถอดหูฟังออก จึงช่วยเซฟแบตและเพิ่มความสะดวกในการใช้งานได้ดีสุดๆ
- ราคาประมาณ: 12,000 – 15,000 บาท
- ฟีเจอร์เด่น: ระบบตัดเสียงรบกวนขั้นสุด โหมดรับเสียงภายนอกอัจฉริยะ รองรับไฟล์เสียงความละเอียดสูงแบบไร้สาย
- เหมาะสำหรับ: คนที่ต้องการสมาธิ นักเดินทางที่ต้องขึ้นเครื่องบินหรือรถไฟฟ้าบ่อยๆ กลุ่มนักฟังเพลงหูทองคำที่พิถีพิถันเรื่องรายละเอียดเสียงที่ได้ยิน
4. หูฟังบลูทูธ Marshall Major V
ปลุกความเป็นร็อกในตัวคุณด้วยหูฟัง Marshall Major V ที่ยังคงดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์มาตั้งแต่อดีตจนถึงทุกวันนี้ Major V ขึ้นชื่อว่าแบตอึดถึกทนมากๆ ใช้งานได้นานกว่า 100 ชั่วโมงต่อการชาร์จแค่ครั้งเดียว ส่วนเรื่องโทนเสียงนั้นปรับแต่งมาเพื่อเอาใจคนชอบฟังดนตรีสดโดยเฉพาะ เพราะเน้นย่านเสียงกลางและเสียงของเครื่องดนตรีประเภทกลอง กีตาร์ รวมถึงเสียงร้องออกมาได้สด ดุดัน และมีชีวิตชีวาขึ้นมาก ส่วนตัวฟองน้ำซับหูก็นุ่มนิ่ม สวมใส่กระชับ สามารถพับเก็บได้ง่าย ใส่ออกนอกบ้านก็เท่ไปอีกแบบ เหมือนใส่เครื่องประดับแฟชั่นชิ้นนึงเลยก็ว่าได้
- ราคาประมาณ: 5,400 – 6,000 บาท
- ฟีเจอร์เด่น: แบตอึด ใช้งานได้นานเกิน 100 ชั่วโมง รองรับการชาร์จแบบไร้สาย มีปุ่มสารพัดประโยชน์ในปุ่มเดียว
- เหมาะสำหรับ: สายแฟชั่นที่ชอบแต่งตัวแนวสตรีท คนรักเสียงเพลงแนวร็อกหรือดนตรีสด คนที่ขี้เกียจชาร์จแบตหูฟังบ่อยๆ
5. หูฟังบลูทูธ Oppo Enco X3
ใครว่าของดีต้องจ่ายแพง เพราะ Oppo Enco X3 รุ่นนี้มาพร้อมความคุ้มค่าที่ทำเอาใครหลายคนตกใจ นอกจากจะสวมใส่สบายตามหลักสรีรศาสตร์แล้ว ทางแบรนด์จับมือกับแบรนด์เครื่องเสียง Hi End อย่าง Dynaudio ทำให้น้ำเสียงที่ออกมาใสเคลียร์ มิติเสียงกว้าง ต่อให้เป็นเสียงเพลงจากห้องอัดหรือเพลงบรรเลงก็นุ่มนวล นอกจากนี้ระบบตัดเสียงรบกวนและไมโครโฟนสำหรับสนทนาก็ทำออกมาได้คมชัด สมราคา
- ราคาประมาณ: 5,200 – 6,000 บาท
- ฟีเจอร์เด่น: ระบบลำโพงคู่แอมป์คู่จูนเสียงร่วมกับแบรนด์ระดับโลก ระบบเสียงรอบทิศทาง ตัวหูฟังทนน้ำทนฝุ่นในประมาณนึง
- เหมาะสำหรับ: คนที่ชอบหูฟังที่สวมใส่สบาย เน้นฟังเพลงแนวป๊อป อะคูสติก หรือเน้นเสียงร้องใสๆ และผู้ที่มองหาหูฟังในราคาที่คุ้มค่า
6. หูฟังบลูทูธ Lenovo ThinkPlus TH30
สำหรับทางเลือกสุดท้ายที่เราขอแนะนำเป็นหูฟังบลูทูธครอบหูราคาประหยัดจากแบรนด์ไอทียักษ์ใหญ่ Lenovo มาพร้อมดีไซน์เพรียวบาง น้ำหนักเบาหวิว ส่วนตัวครอบหูก็ทำมาจากฟองน้ำนุ่มๆ ช่วยให้คุณใส่ฟังได้ตลอดทั้งวัน แม้ว่าราคาจะถูกจนน่าตกใจ แต่ประสิทธิภาพของหูฟังกลับดีสวนราคา ที่สำคัญยังมีระบบการเชื่อมต่อที่เสถียรและมีความหน่วงต่ำมาก ช่วยลดสัญญาณดีเลย์ เสียงไม่ตรงกับภาพขณะดูหนังหรือเล่นเกมได้เป็นอย่างดี
- ราคาประมาณ: 350 – 600 บาท
- ฟีเจอร์เด่น: น้ำหนักเบา พับเก็บได้ง่าย โหมดความหน่วงต่ำช่วยให้ดูหนังเล่นเกมลื่นไหลขึ้น
- เหมาะสำหรับ: นักเรียน นักศึกษา คนทำงานออฟฟิศที่ต้องประชุมออนไลน์บ่อยๆ ผู้ที่ต้องการหูฟังครอบหูคุณภาพดีในงบประหยัด
แล้วเลือกหูฟังบลูทูธยังไงให้เหมาะกับเราล่ะ?
แม้ว่าหูฟังทั้ง 6 แบรนด์จะเป็นรุ่นที่เราแนะนำ แต่การจะซื้อหูฟังบลูทูธสักคู่อาจต้องใช้เวลาคิดทบทวนไม่น้อยเลย หากซื้อเพียงเพราะราคาถูกหรือซื้อตามคนอื่น ต่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดี แต่อาจไม่เหมาะกับรูปแบบหรือแนวเพลงที่คุณฟังก็ได้นะครับ แล้วในวันนี้เราจะมาแชร์ทริกวิธีเลือกหูฟังบลูทูธให้เหมาะกับคุณมากที่สุด
- เช็กสไตล์การใช้งานของตัวเอง: ดูก่อนว่าคุณใส่หูฟังตอนไหนบ้าง หากใส่แค่ตอนออกกำลังกาย เราแนะนำให้เลือกทรง In-Ear ที่กันน้ำกันเหงื่อได้ดี หากต้องการใส่ตอนทำงานหรือระหว่างเดินทาง ให้เลือกแบบครอบหูที่ตัดเสียงรบกวน แต่ถ้าต้องใส่คุยงานหรือประชุมออนไลน์ทั้งวัน ทรง Earbuds เบาหูถือว่าตอบโจทย์สุด
- ตรวจสอบระบบปฏิบัติการของมือถือ: เพื่อให้คุณใช้งานได้เต็มที่ อย่าลืมดูก่อนว่าตัวหูฟังเข้ากันกับสมาร์ทโฟนที่คุณใช้หรือไม่ หากคุณใช้ไอโฟน แต่ดันเลือกหูฟังที่รองรับ Andriod เพียงอย่างเดียว ก็อาจทำให้คุณใช้งานหูฟังได้ไม่เต็มที่
- อ่านรีวิวหูฟังจากผู้ใช้งาน: ต่อให้ฟังก์ชั่นการใช้งานดีแค่ไหน แต่สิ่งสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้ามคือการส่องรีวิวจากผู้ใช้งานจริงเพื่อดูข้อดีข้อเสียเวลาใช้งานจริง เช่น เสียงจากไมโครโฟนชัดไหมเวลาคุยสายกับคนอื่น เสียงดีเลย์ขณะเล่นเกมบ่อยแค่ไหน แบตลดไวแค่ไหนเวลาใช้งานไปนานๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ไม่มีบอกในใบสเปกสินค้าแน่นอน
- เช็กของจริงจากหน้าร้านก่อนซื้อ: ต้องเข้าใจก่อนว่าใบหูของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การได้ไปหยิบจับ ลองสวมว่าหูฟังบีบศีรษะจนเจ็บหูไหม และลองเปิดเพลงโปรดเพื่อฟังเสียงที่หน้าร้าน ก็จะช่วยให้คุณตัดสินใจและเลือกหูฟังบลูทูธที่เหมาะกับคุณจริงๆ
จำไว้นะครับว่าหูฟังบลูทูธที่ดีที่สุด ไม่ใช่รุ่นที่แพงที่สุด หรือรุ่นที่มีฟังก์ชั่นล้ำสมัย แต่เป็นหูฟังที่ใส่แล้วสบายหูที่สุด ให้โทนเสียงในแบบที่เราชอบ และตอบโจทย์การใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างลงตัว สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการฟังเพลงด้วยหูฟังที่คุณชอบนะครับ