|

4 เทรนด์เทคโนโลยี 2021 และหลัง COVID-19 ที่น่าจับตามอง

เทรนด์เทคโนโลยี 2021 2022 หลังโควิด Covid-19

ในช่วงที่เกิดการระบาดของ COVID ใหม่ๆ MarketingOops ได้วิเคราะห์เกี่ยวกับธุรกิจ และความต้องการของผู้บริโภคในช่วง COVID-19 ซึ่งเป็นบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจ และตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จริงๆ เพราะจะเห็นได้ว่าผู้บริโภคอย่างเราๆ เริ่มมีพฤติกรรมการซื้อของ หรือการใช้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภครอบนี้ส่งผลต่อ เทรนด์เทคโนโลยี 2021 และช่วงหลัง ​COVID-19 พอสมควร

วันนี้ ThaiSharp เลยอยากมาพูดเพิ่มเติมต่อจากบทความเคราะห์นั้นถึงเทรนด์เทคโนโลยี 2021 และที่เกิดขึ้นหลังจาก COVID-19 ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องปรับตัวต่อไปอีก ไม่ว่าจะในมุมของผู้บริโภค หรือธุรกิจ

1. บริการ Cloud มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว

ในปีที่ผ่านมา Cloud Computing เติบโตขึ้นสูงมากเนื่องจากหลายๆ อยากถูกปรับมาอยู่ออนไลน์ ซึ่ง Cloud ก็ถือเป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานในหลายๆ ด้าย ไม่ว่าจะองค์กร หรือแบบบุคคล อย่างที่เราใช้ Google Drive หรือ Cloud ของแบรนด์อื่นๆ ไว้เก็บภาพหรือข้อมูลในโทรศัพท์ และคอมพิวเตอร์

โดยระบบ Cloud ที่มีการเติบโตสูงสุดก็คือ Cloud ในรูปบบ IaaS หรือ Infrastructure as a Service ซึ่งเป็นบริการที่ที่ช่วยให้เราเข้าถึงระบบการจัดการ Server เครื่อข่าย และระบบจัดการต่างๆ รวมถึง การให้ทางองค์กรเข้าไปบริหาร Hardware โดยไม่ต้องมี Server มาตั้งอยู่ที่บริษัท ซึ่งทางองค์กรเองสามารถปรับเพิ่มลดบริการ หรือ Resrouces ต่างๆ ได้ตามข้อกำหนด หรือ Scope งานของบริษัท

หลายคนสงสัยว่าจะใช้ ​Cloud ของอะไรดี หากเอาแบบพื้นๆ เลย Cloud ที่ได้รับความนิยมก็หนีไม้พ้น Amazon Web Service (AWS), Google Cloud และ Microsoft Azure

อีกหนึ่งรูปแบบของ Cloud ที่มีการเติบโตไม่แพ้ IaaS ก็คือ SaaS หรือ Software as a Service ที่เป็นระบบให้ End User ใช้งานกันง่ายๆ ซึ่งที่เราคุ้นเคยก็คือ Gmail, SaleForce และ Google Doc ซึ่งการจ่ายเงินของบริการเหล่านี้จะเป็น Subcription Base และจ่ายตามจำนวนการใช้งาน เช่น หากต้องการพื้นที่เพิ่ม ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มเป็นรายเดือน หรือรายปี

2. การเติบโตของเทคโนโลยีบริการ ที่เป็นผลกระทบมาจากเทรนด์ Social Distancing

เทรนด์ Social Distancing ทำให้การใช้งานเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่จำเป็นไม่ว่าจะเป็นช่วงอายุไหนเพื่อเข้าถึงบริการต่างๆ บนโลกออนไลน์ ทำให้เทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกผู้บริโภค โดยไม่ต้องออกจากบ้าน ได้รับความนิยมสูงขึ้นมาก เช่น บริการ Online Banking ของธนาคารต่าง

ขนาดธุรกิจที่ไม่ได้ขายบริการ อย่างเช่น Domini’s Pizza ที่ก็ยังต้องเพิ่มบริการเข้ามา เพื่อให้ลูกค้าได้เข้าถึงสินค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยได้ทำ Application มาเพื่อให้ลูกค้าได้สั่งพิซซ่าผ่านแอปง่ายๆ ทำให้ยอดสั่งออนไลน์เพิ่มเป็น 65% ของออเดอร์ทั้งหมด และยังช่วยทำให้ลูกค้าเก่ามีความ Lotaly หรือภักดีกับแบรนด์มากขึ้นด้วย

นอกจากนี้ธุรกิจค้าปลีกต่างๆ ก็ต้องขยับขยายมาจับช่องทางออนไลน์ และ eCommerce และบริการขนส่ง เพื่อประสบการณ์ที่ดีขึ้นในการช้อปปิ้งของลูกค้า ทำให้เห็นว่าธุรกิจไม่สามารถคิดถึงว่าตัวเองขายสินค้า ก็ไม่จำเป็นต้องโฟกัสที่บริการ เพราะในยุคนี้ บริการกับสินค้าต้องไปด้วยกัน ซึ่งเทรนด์นี้ก็คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากสถานการณ์ตอนนี้ที่ยังไม่มีแนวโน้มที่ทั่วโลกจะเปิดประเทศได้

3. การเติบโตของการใช้เทคโนโลยีในองค์แบบดั้งเดิม

องค์แบบดั้งเดิมคือองค์กรที่ไม่ได้เน้นเรื่องเทคโนโลยี และดำเนินธุรกิจแบบ Offline มาตลอด ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ ทำให้บริษัทต้องเร่งปรับตัว และเริ่มมาใช้เทคโนโลยีต่างๆ ในการทำงานอย่างปฎิเสธไม่ได้

เครื่องมือที่ทุกบริษัทต้องนำมาใช้หนีไม่พ้นเครื่องมีที่ช่วยให้บริษัทเข้าถึงกลุ่มลูกค้า และสื่อสารกับผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานเว็บไซต์ การเก็บข้อมูลลูกค้าบนช่องทางออนไลน์ การใช้ Cloud การใช้ระบบ CRM การเริ่มทำ Email Marketing ไปจนถึงการใช้ เครื่องมือต่างๆ ในการทำโฆษณาและการตลาดออนไลน์

ไม่เพียงแต่เครื่องมือที่ใช้ในการเข้าถึงลูกค้า แต่เป็นเครื่องมือบริหารงานภายในองค์กรด้วย เพราะยังต้อง Work From Home กันอยู่ ดังนั้นงานทุกอย่าง รวมถึงเอกสารตั้งสามารถเข้าถึงผ่านออนไลน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นระบบบัญชี ออกเอกสาร ระบบบริหารจัดการสต็อก รวมไปถึงระบบการคุยงานภายในบริษัท ไม่ว่าจะเป็น Trello, Zoom หรือ Microsoft 365

4. ระบบ Automation เข้ามามีบทบาทสำคัญ

ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน การผลิต การจัดเก็บสินค้า ไปจนถึงการยิงโฆษณาออนไลน์ ล้วนต้องพึ่งระบบ Automation หรือระบบอัตโนมัติ เพื่อลดการใช้งานคน และการวิเคราะห์ ประเมินข้อมูลต่างๆ แม่นยำยิ่งขึ้น ลดความผิดพลาด เพิ่มประสิทธิภาพ

โดยเฉพาะธุรกิจการผลิต ในช่วงการระบาด แรงงานต่างด้าวก็ไม่สามารถเดินทางข้าใประเทศกันได้ง่ายๆ เหมือนช่วงปกติ ทำให้หลายธุรกิจที่เคยพึ่งแรงงานคนต้องเริ่มหันมาลงทุนในเทคโนโลยีมากขึ้น

หากมองประเทศอื่นๆ ก็จะเห็นได้ว่าทั้งจีน และญี่ปุ่นได้ลงทุนเรื่องระบบ Automation ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะจีน ที่ต้องการลดต้นทุนในการผลิต เนื่องจากโดยนโยบายต่อต้านสินค้าจีนจากทางอเมริกา จึงทำให้จีนต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เพิ่มคุณภาพ และลดต้นทุน เพื่อไปสู้กับบริษัทอื่น ซึ่งอย่างญี่ปุ่นเองที่เห็นความสำคัญของเทรนด์นี้ ก็ได้เร่งกำลังการผลิตอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทรนด์นี้ เช่น ระบบ Sensor หรืออุปกรณ์ 3D Printing เพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลกในการปรับมาเป็นระบบ Automation

จะเห็นได้ว่า เทรนด์เทคโนโลยี 2021 นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี หรือเฉพาะกับคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่มันกระทบกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นเก่า ก็ต้องเริ่มมาใช้เทคโนโลยี รวมถึงบริษัทต่างๆ จะเป็นธุรกิจอะไรก็ตาม ก็ได้รับกระทบ และถูกบังคับให้ต้องเริ่มเข้ามาจับเทคโนโลยีไม่มากก็น้อย

Similar Posts